จากเหตุการณ์ชุมนุมของชาวเสื้อแดง จนกระทั่งเกิดการปะทะ ระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่รัฐและรัฐบาล ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ รวมทั้งยังปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด ปัญหาความไม่เป็นเอกภาพของรัฐบาล ปัญหาการไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉาะผู้นำในกองทัพ ไม่อาจใช้ความรู้ความสามารถ รวมทั้งเครื่องมือ กลไกของรัฐเข้ามาจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ประชาชนเสียภาษี และงบประมาณจำนวนมหาศาลไปกับบุคคลเหล่านี้ แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำงานให้คุ้มค่ากับสิ่งตอบแทนที่เขาเหล่านั้นได้รับ ความกล้าๆกลัวๆทำให้ตัดสินใจอะไรเด็ดขาดไม่ได้ ปล่อยให้ผู้ชุมนุมเหิมเกริม ทำตามอำเภอใจ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การอ้างสิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุม โดยการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง ถูกต้องแล้วหรือ หากปล่อยอย่างนี้ต่อไป ก็จะทวีความรุนแรงและเสียหายมากขึ้น สำนวนที่ว่า ตัดไฟแต่ต้นลม นำมาใช้ในกรณีนี้ไม่ได้ (เพราะไม่รู้วิธีที่จะใช้ ทั้งๆที่มีสมองดีๆอยู่ในรัฐบาล และกองทัพตั้งมากมาย แต่ก็ล้วนเป็น อัมพฤกษ์ อัมพาต กันไปหมด) ความจริงการใช้กำลังกองทัพที่มีอยู่ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการใช้กำลัง กับประชาชน แต่การใช้กำลังของกองทัพ ต้องใช้ในเชิงยุทธวิธี ที่สามารถแยกมวลชนออกจากกัน ละลายความเข้มแข็งของผู้ชุมนุม ซึ่งมีอยู่ตั้งหลายวิธี การใช้ลวดหนามวางให้รอบบริเวณผู้ชุมนุม เป็นชั้นๆ การไม่ให้เจ้าหน้าที่ประชิดผู้ชุมนุม การบล็อกผู้ชุมนุมออกเป็นส่วนๆ ลดพื้นที่การรวมตัวของผู้ชุมนุม จะทำให้การจัดการง่ายขึ้น การเตรียมสถานที่สำหรับการขนย้ายผู้ชุมนุมออกจากบริเวณที่ชุมนุม ได้มีการวางแผนและเตรียมการไว้หรือไม่ พอผู้ชุมนุมรุก เจ้าหน้ารัฐก็ถอยร่น โดยอ้างว่ากลัวจะเกิดความรุนแรง แสดงให้เห็นว่าเจ้าที่รัฐไม่อาจตรึงพื้นที่ที่สำคัญได้ มีการยิงระเบิดชนิดต่างๆเข้าไปทำเนียบรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของเจ้าหน้าที่รัฐ และกองทัพ ขนาดพื้นที่เล็กๆเท่านี้ยังไม่อาจรักษาได้ จะมีปัญญาอะไรไปปกป้องประเทศ ประชาชนฝากชีวิตไว้กับคนไร้ประสิทธิภาพอย่างนี้ ถือได้ว่า ประชาชนชาวไทยมีโชคชะตาที่แย่สุดๆ บทสุปก็คือ หากรัฐบาลไม่สามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ และไม่สามารถควบคุมความสงบสุขให้เกิดขึ้นได้ หากผู้ชุมนุมยังคงชุมนุมได้ต่อไป (ทั้งที่หมดความชอบธรรมในการชุมนุมแล้ว) เตรียมใจไว้เถอะว่ารัฐบาลนี้อยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน มวลชนอีกจำนวนมากก็จะต้องออกมา ความเลวร้ายก็จะเกิดขึ้นในสังคมไทย ความกล้าหาญที่จะจัดการกับปัญหา ไม่ได้หมายความว่าคุณเป็นเผด็จการ เพราะรัฐบาลอยู่ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อบ้านเมือง พวกนักสันติวิธีทั้งหลายที่ออกมาพูดว่าอย่าใช้ความรุนแรง มีปัญญาไปพูดกับผู้ชุมนุมหรือไม่ ห้ามไม่ให้ผู้ชุมนุมหยุดทำร้ายบ้านเมืองได้หรือไม่ การแสดงออกของนักสันติวิธีก็เป็นเพียงการสร้างภาพให้ดูดีเท่านั้น แต่ไม่มีปัญญาในการจัดการกับปัญหา ถือว่าข้อเรียกร้องไร้ประโยชน์ ธรรมชาติของมนุษย์ ผู้ที่ไม่อยู่ในกฎกติกาของสังคม ผู้ที่ทำร้ายสังคมก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎกติกาของสังคมนั้นๆ เพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ผู้ชุมนุมมีจำนวนเพียงไม่ถึง ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งประเทศ จะทำตามใจตนเองโดยไม่สนใจสิทธิของคนอื่นๆได้อย่างไรกัน หากผู้ชุมนุม ชุมนุมด้วยความสงบ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม รัฐบาลก็จะทำอะไรกับผู้ชุมนุมไม่ได้ แต่ผู้ชุมนุมก้าวข้ามความถูกต้อง จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ถ้ารัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ถือว่าคนไทยโชคร้ายที่จะต้องพบ วิกฤตการณ์ในอนาคตอย่างแน่นอน
ด้วยความปรารถนาดีจาก
นายรักษ์ ปริกทอง
กลุ่มประสานงานเพื่อการพัฒนาชุมชน
ตู้ ปณ. ๑๒ ปณ.บางอ้อ กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น